[รีวิว] First Man – มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ องค์กร NASA

7 ก.ค.    Uncategorized

[รีวิว] First Man - มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ องค์กร NASA

หนัง First Man หรือชื่อไทยว่า มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ เดเมี่ยน ชาเซลล์ ผู้กำกับที่สามารถคว้าออสการ์ 6 รางวัลมาครอง จากภาพยนตร์ La La Land และ ไรอัน กอสลิง กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ใน First Man ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวภารกิจของนาซ่าในการส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ โดยเน้นเล่าเรื่องนีล อาร์มสตรอง ในช่วงระหว่างปี 1961-1969 เรื่องราวของมนุษย์คนแรกที่เดินทางไปถึงดวงจันทร์สร้างจากหนังสือของเจมส์ อาร์. แฮนเซน โดยภาพยนตร์จะเผยเรื่องราวการเสียสละและความสำคัญที่มีต่ออาร์มสตรองและต่อชาติ

อีกหนึ่งผลงานยอดเยี่ยมกับผู้กำกับมือรางวัลจากเรื่อง La La Land อย่าง Damien Chazelle ที่คราวนี้เขาไม่ได้ทำหนังแนวเพลงอย่าง La La Land และ Whiplash แล้ว แต่เขากลับมาทำหนังแนว Drama Sci-Fi เกี่ยวกับมนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์แทน

First Man เล่าถึงเรื่องราวของ Neil Armstrong ที่องค์กร NASA มีภารกิจจะส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ โดยเล่าผ่านตัวละครที่คนทั้งโลกต่างรู้จักชื่อเขาอย่างมนุษย์แขนแข็งแรง Neil Armstrong (รับบทโดย Ryan Gosling) เราจะเห็นถึงชีวิตของชายคนนี้ทั้งครอบครัว เพื่อนๆ ตัวเขาเองในจุดเริ่มต้น ความกดดัน ความพยายาม และความสูญเสีย จนมันส่งผลเป็นก้าวเล็กๆ ของชายคนหนึ่ง สู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ชาติในประวัติศาสตร์

ผู้กำกับยังคงลายเซ็นตัวเองชัดเจนทั้งในด้านงานภาพและงานเสียง ในด้านภาพผู้กำกับคุมโทนของหนังในแต่ละซีนไว้ดีมากทั้งแสงและสี งดงาม สวย องค์ประกอบภาพยอดเยี่ยม เรารู้สึกได้ถึงความสมจริง ความกดดันของตัวละครในหลายๆ ฉาก มีการใช้มุมกล้องแทนสายตาของตัวละครนั้นๆ หรือใช้มุมแคบๆ CU / ECU ที่มุ่งเน้นตัวละครอย่าง Neil Armstrong เต็มๆ เพื่อให้เรารู้สึกกดดัน อึดอัดไปกับตัวละครนี้ไปด้วย ซึ่งผู้กำกับสามารถทำให้เรารู้สึกเหมือนที่ตัวละครตัวนั้นรู้สึกได้จริงๆ เช่นในห้องขับตอนต้นเรื่อง และฉากการลงจอดบนดวงจันทร์ซึ่งบอกเลยว่าโคตรลุ้น! ตื่นเต้น! และทำออกมาได้ Epic แบบสุดๆ คือมันเป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกตามไปเลยจริงๆ รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มาก

ทางด้านงานเสียง เนื่องจากผู้กำกับเคยทำหนังเกี่ยวกับเพลง หนังดนตรีมาก่อน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงทำออกมาได้ดีขนาดนี้ หลายๆ ซีน หลายๆ ฉาก ผู้กำกับเลือกเพลงมาประกอบได้อย่างลงตัว ไร้ที่ติ ในทุกๆ ฉากจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง รู้สึกมันลงตัวโคตร

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างจากหนังแนวนี้ในประเภทอื่นพอสมควร เพราะหนังไม่ได้พาเราไปดูเทคโนโลยีสุดล้ำ หรือการวางแผน หรือการสร้างยาวอวกาศอันน่าปวดหัวสักเท่าไหร่ แต่หนังจะพาเราไปเจาะลึกในตัว Neil Armstrong ตัว Neil Neil และก็ Neil ล้วนๆ ให้เห็นความเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ตอนได้รู้ว่าไปดวงจันทร์ก็ไม่มีฉากปลุกใจ

ไม่มีการมอบรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีการกลับบ้านไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเมียกับลูก ว่าผมได้ไปดวงจันทร์แล้วนะ เป็นฉากสนทนาธรรมดาๆ ที่คุณก้มลงไปฉกป๊อปคอร์นก็อาจพลาดได้ รวมไปถึงหนังพาเราไปรับรู้ เหตุการณ์ สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวของเขาเสียมากกว่า มีการเล่นประเด็นเกี่ยวกับสภาพสังคม การเมืองในตอนนั้นเกี่ยวกับการนำภาษีไปใช้ในการทดลองที่ล้มเหลว และส่งคนไปตาย นอกจากนั้นเราก็จะได้เห็นว่า Neil เขาพยายามแค่ไหน ความเสี่ยง ความกดดันที่เขาต้องแบกรับนั้นมันมากมายมหาศาลเหลือเกิน รวมถึงเส้นทางที่กว่าจะได้ไปดวงจันทร์ จวบจนเหยียบลงบนดวงจันทร์

และกลับมายังโลก หนังเรื่องนี้สามารถสื่อออกมาให้เราได้เห็นเรื่องราวเหล่านั้นอย่างชัดเจน แต่เหตุการณ์บนดวงจันทร์คุณไม่ต้องไปคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรเท่ๆ ทั้งฉากปักธงหรือคำพูดคมๆ หนังสื่อให้เราเห็นเรื่องราวบนดวงจันทร์ในแง่มุมที่สุดแสนจะธรรมดา ความตื่นเต้น ลุ้น ทั้งหมดมันอยู่ที่ระหว่างทาง ไม่ใช่ปลายทาง

ทางด้านการแสดงต้องขอยกนิ้วให้ Ryan Gosling เลยจริงๆ ผู้ชายอะไรไม่รู้ หน้านิ่งได้โคตรเศร้า คือเรียกได้ว่าแค่เขาทำหน้าเฉยๆ ก็รู้สึกสงสารเขาแล้วอะ เขาสามารถเล่นให้เราเชื่อได้ว่าเขาคือนักบินอวกาศจริงๆ เขาคือ Neil Armstrong จริงๆ บวกทั้งการแสดงของคนที่รับบทเป็นภรรยาอย่าง Janet Armstrong ที่รับบทโดย Claire Foy เธอก็เข้าถึงบทดราม่าได้สุดจริงๆ

จุดด้อยของหนังคงเป็นการดำเนินเรื่องที่ช้า เนิบ และเนือยมาก ใครง่วงๆ ไปดูนี่อาจจะหลับได้เลย บวกกับหน้าของพระเอกอย่าง Ryan Gosling แล้ว ยิ่งทำให้มันดูเนิบเข้าไปใหญ่ อีกเหตุผลหนึ่งคือด้วยความที่มันเป็นหนังของ Neil Armstrong หลายๆ ตัวละครหนังไม่ได้ทำให้เราจดจำบุคคลในประวัติศาสตร์เหล่านั้นได้เท่าที่ควร ไม่ได้ให้ความสำคัญสักเท่าไหร่

สรุป เป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูสุดๆ ผู้กำกับทำให้เรื่องไกลตัวเรา รู้สึกว่าใกล้ตัวมากขึ้น เป็นหนังเรื่องแรกที่อยากแนะนำให้ดูแบบ 4DX เลย (เสียดายที่ไม่ได้ดูแบบนั้น มันน่าจะยอดเยี่ยมมาก ทั้งภาพ เสียง และเหตุการณ์ต่างๆ) ไม่เสียดายตังแน่นอนครับ รีบดูก่อนมันจะออกโรงน้า

 

ที่มา  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *