รีวิว Cafe Funiculi Funicula (2018) เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น

26 ม.ค.    Romance

Cafe Funiculi Funicula

Cafe Funiculi Funicula : コーヒーが冷めないうちに หรือชื่อไทย เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกแฟนตาซีดราม่า ที่สร้างจากนิยายชื่อดังของ โทชิคาสุ คาวากูชิ รับหน้าที่กำกับโดย สุกะฮาระ อายูโกะ ผู้กำกับสาวเจ้าของผลงานซีรีส์วัยรุ่นเรื่อง Reverse ซึ่งได้ โอคุเดระ ซาโตโกะ จาก Summer Wars มาช่วยเขียนบทหนัง

บทประพันธ์ต้นธารอย่าง Coffee ga Samenai Uchi ni ของ โทชิคาสุ คาวากูชิ ได้สั่งสมความประทับใจของนักอ่านมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว และบ้านเราก็เพิ่งมีฉบับแปลภาษาไทย วางขายเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ซึ่งโดยรายละเอียดแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงมากพอสมควร โดย ซาโตโกะ โอกูเดระ ได้ดัดแปลงเรื่องราวครึ่งหนึ่งทั้งโดยรายละเอียดอย่างการเปลี่ยนแปลงเรื่องของ โคตาเกะ พยาบาลสาวใหญ่ ให้กลายเป็นเรื่องราวของบุรุษพยาบาลอย่าง ยาสุโนริ ซึ่งก็ถือว่าให้ความหนักแน่นของอารมณ์ดราม่าได้ดีทีเดียว เนื่องจากได้นักแสดงยอดฝีมืออย่าง ยูทากะ มัตซุชิเกะ ในบทบุรุษพยาบาลผู้อดทนดูแลภรรยาที่เป็นอัลไซเมอร์ และได้ ฮิโรโกะ ยากูชิมารุ หญิงสาวผู้จำสามีตัวเองไม่ได้ ยิ่งทั้งคู่อยู่ด้วยกันทั้งซีนอดีตและปัจจุบันมันยิ่งสร้างเมจิกโมเมนต์สอนคนดูให้สัมผัสได้ถึงรักแท้ที่โรคร้ายก็ไม่อาจปิดกั้นทั้งคู่ได้จนคนดูยอมเสียน้ำตาเลยทีเดียว และอีกส่วนคือการดัดแปลงเรื่องราวของภรรยาเจ้าของร้านกาแฟที่ตั้งครรภ์โดยร่างกายอ่อนแอ ให้กลายเป็นเรื่องราวของ คาสุ บาริสตานางเอกของเรื่องที่มีปมเรื่องแม่แทน ซึ่งก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดมาก เพราะตัวนิยายจะเล่าเป็นบทๆแต่หากดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีพลอตแกนกลางที่เชื่อมร้อยเรื่องราวย่อยๆมากมายให้เป็นหนึ่งเดียว นั่นทำให้ Cafe’ Funiculi Funicula มีบทภาพยนตร์ดัดแปลงที่แข็งแรงจนสามารถทำให้คนดูติดตามเรื่องราวต่างๆได้โดยไม่สะดุดเลย

ในส่วนของนักแสดง  รวบรวมเอาดาราแถวหน้าของญี่ปุ่นหลายคนมาร่วมงานกัน เริ่มตั้งแต่ อาริมุระ คาซุมิ จาก Our Departures, อิโตะ เคนทาโร่ จาก Sagrada Reset, ฮารุ จาก Beyond the Memories, ยาคุชิมูระ ฮิโรโกะ จาก The 8-Year Engagement และ อิชิดะ ยูริโกะ จาก About Her Brother

เพียงชั่วเวลากาแฟยังอุ่น ว่าด้วยเรื่องราวความรักและปาฎิหาริย์ที่ถูกเล่าผ่าน ลูกค้าขาประจำของร้านกาแฟแห่งนี้ ผ่านตัวละคร แม่บ้านความจำเสื่อม ที่มาที่ร้านกาแฟทุกวันเพื่อรอคอยใครบางคน หญิงสาวที่แอบรักเพื่อนสนิทแต่ไม่เคยได้พูดความในใจออกไป สาวแกร่งที่หนีออกจากบ้านโดยทิ้งน้องสาวตัวเองไว้ข้างหลังและไม่เคยยอมเจอหน้าเธอ และบาริสต้าสาวสวยประจำร้านกาแฟ Funiculi Funicula ผู้พาทุกคนย้อนเวลากลับไป เพื่อที่จะพูดคำว่า รัก ให้ดังกว่าเดิม

ขอชื่นชมทีมนักแสดงที่เล่นได้ดีทุกคน อาริมุระ คาซุมิ มีเสน่ห์ น่ารัก คาแร็กเตอร์ของเธอเข้ากับตัวละครมาก ขณะที่ อิโตะ เคนทาโร่ นักแสดงหนุ่มหล่อรุ่นใหม่อาจจะดูหน้าเด็กไปนิด แต่เขาก็ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมาได้น่าสนใจ ส่วนตัวคิดว่าคนที่โดดเด่นที่สุดคือ อิชิดะ ยูริโกะ ที่รับบทเป็นวิญญาณสาวที่ติดอยู่กับเก้าอี้ เธอดูสวย สดใส ในทุกฉาก แม้ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร

 

หนังรักญี่ปุ่นที่น่าประทับใจไปกับความสัมพันธ์ของหลากหลายตัวละครที่เชื่อมโยงกับ 4 ฤดูกาล ซึ่งสามารถสร้าง เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม คราบนํ้าตา ให้กับผู้ชมได้ไม่ยาก และหลังดูจบคุณจะเห็นถึงคุณค่าของ เวลา มากยิ่งขึ้น

แม้จะได้ดูหนังไซไฟย้อนเวลามาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ย้อนเวลา จึงเป็นที่น่าสนใจว่าเรื่องราวในหนังจะถูกเล่าออกมาอย่างไร ซึ่งหากใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังแล้วก็น่าจะทราบว่าการย้อนเวลาในร้านนี้นั้นมีกฎหลายข้อที่จะต้องปฏิบัติ ทั้งเรื่องที่การจะกลับไปในอดีตได้จะเกิดขึ้นหลังจากที่รินกาแฟใส่ถ้วยแล้วและอยู่ได้แค่ช่วงก่อนที่กาแฟนั้นจะเย็นชืดเท่านั้น เมื่อย้อนกลับไปจะอยู่ได้แค่บริเวณโต๊ะกาแฟ

ถ้ากลับมาไม่ทันช่วงเวลาที่กาแฟยังอุ่นอยู่จะต้องติดอยู่ที่ที่นั่งนั้นไปตลอดกาล และที่สำคัญการกลับไปในอดีตจะไม่สามารถแก้ไขปัจจุบันได้ เรียกว่าเป็นย้อนเวลาที่มีกฎข้อจำกัดเยอะทีเดียว

นับตั้งแต่เริ่มเรื่องหนังทำให้เรารู้สึกได้ถึงมนต์ขลังบางอย่างที่อยู่ในร้านกาแฟย้อนเวลาแห่งนี้ บางทีก็อดหลอนไม่ได้เลย เพราะในเรื่องนั้นเราได้เห็นวิญญาณที่ติดอยู่ห้วงเวลาแม้จะไม่น่ากลัว แต่ก็อย่างที่บอกมันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อหนังเข้าเรื่องการย้อนเวลามันก็เริ่มทำให้คนดูอย่างเราตื่นเต้นสุดๆ ทั้งลุ้นว่าตัวละครที่ย้อนกลับไปนั้นจะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่ แล้วจะกลับมาทันหรือเปล่า ซึ่งความสนุกมันอยู่ตรงนี้เอง

นอกจากเราจะได้ลุ้นระทึกไปกับภารกิจการย้อนเวลาของแต่ละตัวละครแล้ว หนังยังเผยให้เห็นมุมซาบซึ้งใจที่เชื่อว่าใครได้ดูแล้วเป็นต้องมีน้ำตาซึมออกมาบ้างแน่นอน โดยเฉพาะในพาร์ทของ อาริมุระ คาสุมิ ซึ่งรับบทเป็นเจ้าของร้านกาแฟสาวที่ทำหน้าที่รินกาแฟให้ลูกค้าย้อนเวลาเสมือนผู้เชื่อมต่อโลกอดีตกับปัจจุบัน ที่ชีวิตของเธอนั้นเต็มไปความว้าเหว่จากการสูญเสียครอบครัวโดยเฉพาะแม่ จากจุดนี้เองที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวราวความรักความผูกพันของครอบครัวที่มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจคนชอบดรามาทีเดียว

อย่างไรก็ตามหนังก็ยังมีบ้างส่วนที่อาจจะทำให้คนดูอย่างเราออกจะงงๆ ในเรื่องการย้อนเวลาในตอนท้ายๆ เรื่อง (อันนี้แล้วแต่คน) แน่นอนว่าน่าจะต้องได้กลับไปดูหนังใหม่เพื่อให้เข้าใจอีกรอบ และนอกเหนือไปจากความอืดอาดในบางช่วงเรียกได้ว่าเป็นมากกว่าหนังไซไฟย้อนเวลาจริงๆ เชื่อเหลือเกินว่าคนที่ดูจนจบแล้วจะเต็มอิ่มไปด้วยความสุขใจ ได้แง่คิดที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้แน่นอน

ฉบับหนังมีความน่ารักอบอุ่นไปอีกแบบ ได้อารมณ์ต่างจากการอ่านนิยาย ส่วนตัวไม่สามารถบอกได้เหมือนกันว่าแบบไหนดีกว่า แต่การอ่านหนังสือไปก่อนก็ไม่ทำให้อรรถรสในการชมภาพยนตร์เท่าไหร่ ยังสนุกไปกับเนื้อหาเวอร์ชั่นหนังได้ เพราะบทมีการดัดแปลงให้มีความกระชับมากขึ้น แต่รายละเอียดสำคัญก็คงอยู่อย่างครบถ้วน และมีการผนวกร้านกาแฟกับพล็อตย้อนเวลาได้สร้างสรรค์ไม่ซ้ำใคร

 

แน่นอนว่าหนังมีความสลับซับซ้อนในเรื่องของการเดินทางข้ามเวลา ที่มีทั้งย้อนเวลากลับไปอดีต และ วาร์ปไปในอนาคต ผู้ชมจึงต้องใช้ความตั้งใจในระดับหนึ่งจึงจะไม่สับสนกับไทม์ไลน์ต่างๆ ซึ่งนอกจากเรื่องปาฏิหาริย์ไทม์แมชชีนด้วยพิธีการดื่มกาแฟแล้ว ส่วนอื่นๆของหนังเป็นเพียงเรื่องราวความสัมพันธ์ ความขัดแย้ง ความทรงจำ ของหนุ่มสาวและคนในครอบครัวที่แสนจะธรรมดา แต่เหตุผลของตัวละครที่อยากกลับไปอดีตถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด

เนื่องจากสิ่งที่พวกเขาคิดไว้แต่แรก กลับแตกต่างหักมุมพอสมควร เมื่อตอนที่พวกเขาได้ลับไปยังช่วงเวลาในอดีตอีกครั้ง ที่สำคัญคือโอกาสที่สองที่ตัวละครบางคนได้รับ แม้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง อดีต หรือ ปัจจุบันได้ ทว่ามันอาจเปลี่ยนความคิด รวมถึงอนาคตของพวกเขาไปจากเดิม

 

ดูหนังออนไลน์ Cafe Funiculi Funicula 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *