รีวิวหนัง Blade Runner 2049 – เบลด รันเนอร์ 2049 30 ปีให้หลังจากภาคแรก

16 ก.ค.    Uncategorized

หนัง Blade Runner 2049 หรือชื่อไทยว่า เบลด รันเนอร์ 2049 เป็นเรื่องราวใน 30 ปีให้หลังจากภาคแรก เมื่อเจ้าหน้าที่เค (Officer K) ซึ่งนำแสดงโดย Ryan Gosling ที่เป็น “เบลดรันเนอร์” (Blade Runner) คนล่าสุดได้เข้ามาประจำการที่เมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งเขาได้พยายามสืบข้อมูลของ “ริค เดซคาร์ด” (Rick Deckard) ซึ่งนำแสดงโดย Harrison Ford บุคคลหายสาบสูญ ไปนานถึงสามสิบปีเต็ม

รีวิวหนัง Blade Runner 2049 - เบลด รันเนอร์ 2049 30 ปีให้หลังจากภาคแรก

กำกับโดย Denis Villeneuve ผู้เป็นเจ้าของผลงาน Sicario และ Arrival หรือผลงานชวนฉงนอย่าง The Enermy ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นผู้กำกับแห่งยุคในภายภาคหน้า แต่อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบหนังแอคชั่นโผงผาง เป็นไสตล์สืบสวนลึกด่ำ เสพอารมณ์และการตีความไปช้าๆ พร้อมกับฉากดิสโทเปียที่งามหยดย้อยทั้งหลาย

กลิ่นอายของผู้กำกับคนโปรดของผมยังคงครบทุกรส เป็นเอกลักษณ์เด่นที่ใช้ในหนังทุกเรื่อง ทั้งการใช้เพลงกดดันสุดหน่วง และการใช้ภาพกว้างเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเล็กเพียงใดอยู่ตลอดเวลา ตามมาด้วยการกำกับการแสดงที่เหนือชั้น รวมไปถึงความกดดันด้วยสิ่งที่แทบจะไม่มีอะไรเลย

เบลดรันเนอร์ค่อยๆเดินเรื่องไปอย่างเชื่องช้า เป็นสไตล์สืบสวนสอบสวนไซไฟพังค์แบบโบราณ แต่ก็ให้กลิ่นอายร่วมสมัยอยู่เสมอ เป็นอาร์ตนัวร์แบบดิสโทเปียของมนุษย์ชาติที่ล่มสลาย ทำออกมาได้งดงามมากๆ มีกลิ่นอายของศิลปะแบบภาพวาดตลอดเวลา แค่เข้าไปเสพโปรดักชั่นก็คุ้มค่าเงินที่เสียไปแล้ว

ตัวเนื้อเรื่องมีความขัดแย้งระหว่างไซไฟยุคทองสมัยโบราณ (สมัยเรื่องสั้น IRobot ,Timemachine) ผนวกกับไซไฟสมัยใหม่ได้อย่างกลมกล่อม เราจะได้เห็นการก้าวข้ามเส้นแบ่งของศีลธรรมในเรื่องตลอดเวลา ทั้งการเหยียดหุ่นยนตร์ มนุษย์ดัดแปลง การกดทับ AI การเล่นกับความทรงจำ ทาส การไปยุ่งกับความทรงจำของผู้คน การกักขังเพื่อความปลอดภัย และรวมไปถึงความถูกต้องแบบซุกใต้พรหมที่เรียกว่า “ความกลัว”

นอกจากนี้เนื่องจากเป็นหนังภายใต้การดูแลของริดรย์ สก๊อต ผู้ซึ่งให้กำเนิดเรื่องราวภาคแรกขึ้นมา จึงมีสัญญะของ “พระเจ้า” มาให้เห็น แต่เป็นในรูปแบบเปรียบเทียบ ไม่ใช่เยินยอหรือกดต่ำ การเปรียบเปรยว่าแรพลิแคนท์เป็นแองเจิล เป็นผู้ที่ “สมบูรณ์แบบกว่า” แต่กลับอยู่ใต้เป็นเบี้ยล่างเพื่อรับใช้มนุษย์ หรือการกำเนิดใหม่ของแองเจิล ก็สอดรับเข้ากันดีกับ David ในหนังไตรภาคเอเลี่ยนของตัวริดรีย์เอง รวมไปถึงความพยายามทำตัวเป็นพระเจ้าของวอลเลส

แต่ตัวเรื่องไม่เฉลยความขัดแย้งทั้งหลายของนิยายวิทยศาสตร์ เราต้องจับความเจ็บปวด ความก้าวข้าม และการเยียวยาไถ่บาปผ่านการแสดงที่ซับซ้อน ซึ่งทั้งไรอัน กอสลิ่งนักแสดงนำ ตัวละครเลิฟ ที่น้ำตาไหลทุกครั้งเมื่อต้องฆ่าใครซักคน แสดงออกมาได้โคตรเทพ เป็นการแสดงที่ซับซ้อนแปลกประหลาด เราจะได้เห็นอยู่ตลอดเวลาผ่านทั้ง AI ที่ต้องการความรัก หรือแรพพลิแคนท์ที่จำเป็นต้อง “ไม่รู้สึก” แต่ลึกๆแล้วก็รู้สึกมากมาย ไม่ว่าจะฉากร่วมรักแปลกประหลาดระหว่างโจกับจอย ฉากจับฝน ฉากจับหิมะ หรือฉากที่เจอจอยอีกครั้ง ฉากแต่ล่ะฉากออกแบบอารมณ์ที่เหนือจิตนาการ เป็นสัญญะที่งดงาม และเจ็บปวดมากๆ

เป็นหนังไซไฟในดวงใจ เป็นหนังสุดเนี๊ยบและงดงามสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นผลงานชั้นดี แต่อาจเสพยากนิดหนึ่ง เพราะตัวหนังไม่ได้มีความบันเทิงด้านอื่นๆอย่างการแอคชั่น หรือบทตลก เบลดรันเนอร์2049 เต็มไปด้วยความกดดัน การก้าวผ่าน และการต่อสู้ที่หน่วงหนัก

แต่ก็น่าลอง แบลดรันเนอร์เป็นผลงานศิลปะชั้นเลิศชิ้นหนึ่งที่น่าเสพสรรพ ที่มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *