รีวิวหนังภัยพิบัติ San Andreas – มหาวินาศแผ่นดินแยก มันส์ระทึกสุดๆ

7 มิ.ย.    Uncategorized

รีวิวหนังภัยพิบัติ San Andreas - มหาวินาศแผ่นดินแยก มันส์ระทึกสุดๆ

รีวิว San Andreas – มหาวินาศแผ่นดินแยก ถ้าพูดถึงหนังภัยพิบัติหลายคนคงจะนึกถึงหนังที่หนีเอาชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตายกับหายนะที่พระเจ้าลงโทษมนุษย์และเป็นบทเรียนให้จดจำไว้เสมอว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์นั่นคือธรรมชาติ สำหรับ กลายเป็นภาพยนตร์ภัยพิบัติอีกเรื่องที่สร้างออกมาได้ยอดเยี่ยม มันส์ระทึกสุดๆ รวมถึงสะท้อนให้เห็นหลายแง่คิดเกี่ยวกับธรรมชาติ ชีวิต และเป็นการสอนวิธีการรับมือกับความหายนะครั้งใหญ่นี้ ถือว่าครบรสชาติที่คอหนังไม่ควรพลาด

เรื่องย่อ

เรย์มอนด์ “เรย์” เกนส์ เป็นกัปตันจากหน่วยช่วยชีวิตทางอากาศของแผนกดับเพลิง กำลังอยู่ในช่วงหย่าร้างกับเอ็มมา และวางแผนเดินทางไปซานฟรานซิสโกกับเบลก ลูกสาวของเขา ขณะเดียวกัน นักธรณีวิทยาของคาลเทค ลอว์เรนซ์ เฮส์

และเพื่อนร่วมงาน ดร.คิม พาร์ก อยู่ที่เขื่อนฮูเวอร์ กำลังทำงานวิจัยเกี่ยวกับเครื่องทำนายแผ่นดินไหวเครื่องใหม่ เมื่อพบรอยเลื่อนปริศนาใกล้เคียงเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหตุนี้ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แมกนิจูดที่พังทลายเขื่อนและคร่าชีวิตพาร์ก

 

ถ้าพูดถึงหนังภัยพิบัติหลายคนคงจะนึกถึงหนังที่หนีเอาชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตายกับหายนะที่พระเจ้าลงโทษมนุษย์และเป็นบทเรียนให้จดจำไว้เสมอว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์นั่นคือธรรมชาติ

สำหรับ  กลายเป็นภาพยนตร์ภัยพิบัติอีกเรื่องที่สร้างออกมาได้ยอดเยี่ยม มันส์ระทึกสุดๆ รวมถึงสะท้อนให้เห็นหลายแง่คิดเกี่ยวกับธรรมชาติ ชีวิต และเป็นการสอนวิธีการรับมือกับความหายนะครั้งใหญ่นี้ ถือว่าครบรสชาติที่คอหนังไม่ควรพลาด

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์เฝ้าหาทางจะคำนวณและพยากรณ์ล่วงหน้าเพื่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด แต่มันก็กำลังจะเป็นจริงแล้วในโลกภาพยนตร์ เมื่อนักวิทยาศาสตร์แผ่นดินไหวกลุ่มหนึ่งใกล้ค้นพบการทำนายได้

แต่พวกเขาก็ต้องพบว่า ตัวเองกำลังเจอของจริงและจำเป็นต้องประกาศให้คนอเมริกันได้รับรู้โดยเร็วที่สุด เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ เสี้ยวหนึ่งมันจึงเป็นเรื่องของคนกลุ่มนี้

เนื้อเรื่อง

เป็นเรื่องราวของเรย์ (ดเวย์น จอห์นสัน )นักกู้ภัยทางอากาศ ที่ประสบปัญหาครอบครัว เอมมา ภรรยากำลังจะขอหย่าเพื่อไปคบกับมหาเศรษฐีเจ้าของตึกระฟ้าในซานฟรานซิสโก แต่ลูกสาวของเรย์อยากให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมระหว่างนั้นเอง

ได้เกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวขึ้นโดยเป็นผลมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน San Andreas สั่นไหวขนาดเกินกว่า 9.5 ทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักตึกเกิดถล่ม แผ่นดินแยก การจราจรและการสื่อสารถูกตัดขาด

เรย์ตัดสินใจขับเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยภรรยาซึ่งติดอยู่สูงในลอสแองเจลลิส เขาเห็นสภาพทุกอย่างพังพินาศก่อนที่จะช่วยอดีตคนรักของเขาไว้ได้ พร้อมกับตีเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปช่วยลูกสาวที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการเตือนภัยว่าอาจจะพังพินาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ระหว่างการเดินทางเรย์กับเอมมา เริ่มพูดคุยถึงความหลัง ความบาดหมางและรอยแผลที่ฝังลึกในจิตใจของตัวละครทั้งสอง นำพาไปสู่การตามหาและช่วยชีวิตลูกสาวที่สุดระทึกและชวนให้ติดตามตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเราอาจจะเคยชินกับหนังภัยพิบัติยุคเก่าๆ

แต่เรื่องนี้นำสไตล์ดูหนังฟรี แบบเดิมมาใช้แต่เพิ่มเติมเบื้องหลังตัวละคร ยัดเทคนิคเอฟเฟ็กต์จัดเต็มแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เรียกได้ว่าเล่าเรื่องตามสูตรหนังโลกแตก แต่มันส์จนคาดไม่ถึงเลย

ด้านตัวละคร

เรื่องราวของตัวละคร (ที่มักจะมีแบคกราวน์ว่าครอบครัวจะต้องพลัดพรากชั่วคราว) ในเรื่องนี้ครอบครัวของเรย์(ดเวย์น จอห์นสัน) ต้องแยกทางกับเอ็มมา(คาร์ล่า กูจิโน่) ภรรยาเก่า เพราะเธอกำลังจะไปแต่งงานกับมหาเศรษฐีทางด้านวิศกรอย่างแดเนียล (ไอโอน กรัฟฟัดด์) แต่ดูเหมือนว่าลูกสาวคนสวยอย่างเบล็ค(อเล็กซานดรา แดดดาริโอ) นั้นอยากจะให้พ่อและแม่กลับมาประสานร้อยร้าวกันดังเดิมมากกว่า

พล๊อตของเรื่อง

ขณะที่พล็อตเรื่องหลักนั้นเจาะจงไปที่ครอบครัวๆ หนึ่ง ที่มีเรย์ (The Rock/Dwayne Johnson) พ่อนักผจญเพลิงผู้มีปม เขาเคยเสียลูกสาวคนเล็กจนกลายเป็นปมขัดแย้งทำให้ต้องเลิกร้างกับเอ็มม่า (Carla Gugino) ที่กำลังจะได้สามีคนใหม่เป็นหนุ่มหล่อรวยอย่าง แดเนียล ริดดิค (Ioan Gruffudd) แต่ก็ยังพอมีกาวใจที่พอจะช่วยอะไรได้บ้างอย่างเบลค (Alexandra Daddario) สาวน้อยอกโตที่เรย์รักสุดหัวใจ

ในวันที่เขากำลังจะได้พักก็ดูเหมือนเขาจะได้ภารกิจใหม่ คือ การไล่ช่วยเหลือคนในครอบครัวทีละคนๆ ให้รอดพ้นจากแผ่นดินไหวอันเกิดจากรอยเลื่อนซานแอนเดรสที่สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เท่าที่มีการจดบันทึกไว้

ด้วยความที่  เป็นหนังที่ใช้พล็อตเรื่องแบบสูตรสำเร็จ นั่นหมายความว่าคนที่เคยดูหนังในแนวทางนี้มาแล้ว คงจะพอเดาทางของเรื่องราวกันได้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่ผู้กำกับจะทำให้คนดูกลุ่มนี้ (และกลุ่มอื่นๆ)

ก็คือความพยายามในการสร้างตัวละครให้เป็นที่รักของผู้ชมจนอยากจะเอาใจช่วยให้พวกเขารดชีวิตจากเหตุการณ์ร้ายๆนี้ไป และขณะเดียวกันฉากมหันตภัยก็จะต้องมีความน่าเต้นตื่น ตื่นตาตื่นใจแบบที่เราไม่เคยเห็นมาจากหนังเรื่องไหนมาก่อนด้วย

มหันตภัยแผ่นดินแยก

หนังเริ่มที่ภารกิจที่ทำให้เรารู้จักกับเรย์ ก่อนจะพาเราไปรู้จักกับจุดเริ่มของแผ่นดินไหวที่ถูกทำนายว่ามันยังไม่ใช่ของจริง มันยังไม่แรงที่สุด และมันกำลังจะมา ก่อนจะถาโถมทุกอย่าง ภารกิจของผู้เป็นพ่อและสามีที่ต้องฝ่าฟันกับภารกิจแสนสุดหินจนคนดูเองก็คงคิดว่า หากตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์เยี่ยงนั้นเชื่อได้ว่าคงตายไปแล้ว

แต่ด้วยความเป็นเรย์ที่สวมบทโดย The Rock ทุกอย่างช่างดูไม่ยากเย็น ชายคนนี้เก่งเวอร์ทำได้ไปเสียทุกอย่าง สารพัดประโยชน์ถึงขั้นที่ทำให้คนดูคิดว่า ถ้าจะรอดจากแผ่นดินไหวระดับมหึมาเช่นนี้คงต้อง “มีผัวเป็น The Rock” เท่านั้น ต้องขอชมว่าความสนุกลุ้นในแต่ละครั้งที่มหันตภัยเกิดขึ้น

ดราม่าของครอบครัว

การพัดพรากของตัวละคร แน่นอนว่าเรื่องราวมันจะระทึกใจได้ ครอบครัวจะต้องมีเหตุต้องจากกันชั่วคราว (และช่วยเพิ่มฉากภัยพิบัติต่างสถานที่) ตรงจุดนี้เองจัดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้คนดูเริ่มเอาใจช่วยบรรดาตัวละครในเรื่องให้อยู่รอดปลอดภัย

และมีโอกาสได้กลับมาพบหน้ากันดังเดิม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่คนดูจะลุ้นกับบรรดาสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งหนังใหม่ชนโรงอย่าง San Andreas ก็เดินเรื่องอย่างต่อเนื่อง ไม่ทิ้งช่วงให้คนดูเบื่อหรือมัวแต่ต้องรับฟังปัญหาครอบครัวของเรย์อย่างเดียว

ช่วงเวลาที่ครอบครัวอาจะจะได้พบกัน (หรือจากกันตลอดกาล) ช่วงเวลาที่ตัวละครนำของเรื่อง (เรย์) จะต้องตามหาภรรยา (เอ็มมา) และลูก (เบล็ค) ให้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า จะได้พร้อมหน้ากันจริงๆหรือไม่ขออนุญาตไม่สปอยล์นะครับ

ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องภัยพิบัติอย่างเดียวแต่ผสมส่วนดราม่าของครอบครัวเข้าไปด้วย แต่ไม่ใช่ความฟูมฟายใดๆและออกมาได้อย่างพอดิบพอดี หนังสะท้อนให้เห็นความรักที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่ที่ต้องการปกป้องลูกไว้ด้วยชีวิต กับความรู้สึกที่ฝังลึกมาตลอดชีวิต

เป็นปมที่ดีเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ การถ่ายทอดของบุรุษมาดแมนอย่าง จอนห์สัน แสดงความเป็นพ่อออกมาได้อย่างเปี่ยมล้นทางสีหน้าและแววตา ความสามารถของเรย์จัดเต็มตั้งแต่ซิ่งเฮลิคอปเตอร์ ขับเครื่องบิน ซิ่งกระบะเหยียบคันเร่งเต็มมิดไมล์

และขับเรือยนต์ผจญคลื่นด้วย เรียกได้ว่าครบทุกเครื่องยนต์และมันส์มากจนลุ้นกับความสามารถของดเวย์นอย่างไม่ติดเบาะ มือจิกเบาะทุกๆ 3 นาที แถมยังเผลอตกใจและกรี๊ดร้องออกมาในหลายๆฉากด้วย

 

อ่านต่อได้ที่ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *